skip to main | skip to sidebar

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประวัติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประวัติ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

ประวัติ ฟุตบอล ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ

0 ความคิดเห็น

เราพูดประวัติทั้งฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกส์และยูฟ่ายูโรป้าลีกไปแล้วถ้าไม่พูดถึงถ้วยนี้มันดูยังไงนั่นก็คือ ยูฟ่าซูเปร์คัพนั่นเอง
ฟุตบอลยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ (UEFA Super Cup, ชื่อเดิม ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ) เป็นเกมการแข่งขันฟุตบอลสโมสรของทวีปยุโรป ในเดือนสิงหาคม ก่อนหน้าที่ฟุตบอลสโมสรยุโรปฤดูกาลใหม่จะเริ่มต้นขึ้น โดยจะเป็นการแข่งขันกันระหว่างทีมแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือยูโรเปี้ยน คัพเดิม กับทีมแชมป์ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก หรือยูฟ่า คัพ เดิม (เมื่อก่อนจะเป็นทีมแชมป์ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ แต่เมื่อถ้วยคัพ วินเนอร์ส คัพ ถูกยกเลิกในปี ค.ศ. 1999 จึงให้สิทธิ์นี้แก่ทีมแชมป์ยูโรป้า ลีกแทน) ในฤดูกาลก่อนหน้านั้น ซึ่งทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของรายการนี้คือ มิลาน จากอิตาลี่ ที่ได้แชมป์ไป 5 สมัย

ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ หรือยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ เริ่มทำการแข่งขันครั้งแรกในปี ค.ศ. 1972 ผู้ริเริ่มคือ แอนตั้น วิทแคมป์ นักข่าวและผู้อำนวยการด้านกีฬาของหนังสือพิมพ์เดอ เทเลกราฟ ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ความคิดนี้เริ่มขึ้นเมื่อดัตช์ โททั่ล ฟุตบอล กำลังบูมสุดขีดในยุโรป และกำลังอยู่ในยุคทองของสโมสรจากฮอลแลนด์ (โดยเฉพาะอาแจ๊กซ์) โดยวิทแคมป์เสนอให้นำเอาแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ มาเผชิญหน้ากับแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ
เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างพร้อม การแข่งขันรายการใหม่กำลังจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ดี ความคิดที่จะเห็นการแข่งขันรายการนี้ เป็นการแข่งขันแบบเป็นทางการของวิทแคมป์ ได้ถูกปฏิเสธโดยประธานของยูฟ่า
แต่ถึงกระนั้น ถ้วยใบนี้ก็ยังยืนยันที่จะเดินหน้าจัดการแข่งขันต่อไป โดยเป็นการแข่งขันแบบเหย้า-เยือน สนับสนุนการเงินโดยหนังสือพิมพ์เดอ เทเลกราฟนั่นเอง ซึ่งอาแจ๊กซ์ เอาชนะเรนเจอร์ส คว้าแชมป์สมัยแรกมาครองได้สำเร็จ หลังจากนั้น การแข่งขันรายการนี้จึงได้รับการรับรองจากยูฟ่า
แม้ว่าระบบการแข่งขันแบบเหย้า-เยือนจะยังคงดำเนินต่อไป แต่ในบางปี ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ ก็ต้องทำการแข่งขันแบบนัดเดียว ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับตารางเวลาในการแข่งขันและเหตุผลทางด้านการเมือง และในปี ค.ศ. 1974, 1981 และ 1985 ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ ไม่มีการแข่งขัน
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 เป็นต้นมา ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ ได้ทำการแข่งขันแบบนัดเดียวรู้ผล ที่สนามสต๊าด หลุยส์ เดอซ์ ในโมนาโก
เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 1998-99 ยูฟ่าได้ยกเลิกการแข่งขันรายการคัพ วินเนอร์ส คัพ และตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 1999-2000 ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ จะเป็นการแข่งขันกันระหว่างทีมแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (หรือยูโรเปี้ยน คัพ เดิม) กับทีมแชมป์ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก (หรือยูฟ่า คัพเดิม)


 

ถ้วยรางวัลของยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมค่อนข้างมาก ถ้วยใบแรกที่มอบให้กับอาแจ๊กซ์นั้น มีขนาดใหญ่กว่าถ้วยของยูโรเปี้ยน คัพ ถ้วยรางวัลรุ่นต่อมามีลักษณะเล็กที่สุดในบรรดาถ้วยรางวัลของฟุตบอลสโมสร ยุโรป โดยมีน้ำหนักเพียง 5 ก.ก. และสูง 42.5 ซ.ม. (ถ้วยรางวัลของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หนัก 8 ก.ก. และถ้วยรางวัลของยูฟ่า คัพ หนัก 15 ก.ก.) และในปัจจุบัน ถ้วยรางวัลใหม่ของยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ มีน้ำหนักอยู่ที่ 12.2 ก.ก.
เช่นเดียวกับถ้วยรางวัลอื่นๆของยูฟ่า สโมสรที่ได้แชมป์ 3 สมัยซ้อนหรือได้แชมป์ครบ 5 สมัย จะได้รับถ้วยรางวัลยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ไปเป็นกรรมสิทธิ์ของสโมสรนั้นโดยถาวร เช่นเดียวกับมิลาน ที่ได้ไปเมื่อปี 2007 และแชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพปีล่าสุด(2011) ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนพวกเราก็รู้จักกันดีนั่นคือบาเซโลน่านั้นเองครับ โดยการเอาชนะปอร์โต้

ประวัติ ฟุตบอลลีกเนเธอแลนด์ (ฮอนแลนด์)

0 ความคิดเห็น
ผมลืมไปอีกลีกหนึ่งเลยนะครับ นั่นก็คือลีกของเนเธอแลนด์(ฮอนแลนด์)นั่นเอง
Eredivisie (การออกเสียงภาษาดัตช์ : [ˌ erə.di. vi.zi]; อังกฤษ : กองกิตติมศักดิ์) เป็นฟุตบอลลีกสูงสุดในประเทศเนเธอร์แลนด์ ลีกได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1956 สองปีหลังจากเริ่มต้นฟุตบอลอาชีพในประเทศเนเธอร์แลนด์ มีการจัดอันดับอยู่ในขณะนี้ลีกที่ดีที่สุดที่เก้าในยุโรปโดยยูฟ่า
การแข่งขันประกอบด้วย 18 สโมสร ซึ่งในแต่ละฤดูกาลจะมีทีมที่แตกต่างกันออกไป โดยเป็นการแข่งขันเป็นแบบระบบเหย้าเยือน ในตอนท้ายของแต่ละฤดูกาลทีมที่ได้คะแนนต่ำสุดจะตกชั้นไปเล่นยังลีกEerste Divisie (ดิวิชั่น 1) และแชมป์ของ Eerste Divisie จะได้ไปเล่น Eredivisieในฤดูกาลถัดไป สองสโมสรที่ได้คะแนนจากด้านล่างของ Eredivisie จะต้องลงไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มกับที่อยู่ลีกดิวิชั่น 1 

 (Eerste Divisie) ซึ่งแบ่งออกเป็น2กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มจะมีทีมจาก eredivisie(เป็นอะไรที่แปลกดี) ผู้ชนะการแข่งขันแต่ละกลุ่มเล่นใน Eredivisie ฤดูกาลต่อไปส่วนทีมอื่น ๆ ก็จะตกไปที่Eerste Divisie
ผู้ที่เป็นแชมป์ Eredivisie  เอเอฟซีอาแจ็กซ์ได้รับรางวัลมากที่สุดเรื่อง, 23 (30 รายการระดับชาติ) PSV Eindhoven เป็นไปกับ 18 (21), และเฟเยนูร์ต่อไปนี้ด้วย 9 (14) แชมป์ปีล่าสุด(2010-2011)คือ อาแจ็กซ์ ภายใต้การคุมทีมของ มาร์ติน โยล ซึ่งปัจจุบันได้ย้ายมาคุมทีมฟูแล่มแล้ว

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

ประวัติของฟุตบอล ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกส์

0 ความคิดเห็น
ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (UEFA Champions League, ชื่อเดิมนั้นคือ ยูโรเปี้ยน คัพ) เป็นการแข่งขันฟุตบอลประจำฤดูกาลของสโมสรต่างๆ ในทวีปยุโรป เป็นรายการการแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสร ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ซึ่งจัดการแข่งขันโดยยูฟ่า เริ่มการแข่งขันครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1955 (พ.ศ. 2498) และเปลี่ยนชื่อมาเป็นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี ค.ศ. 1992 (พ.ศ. 2535)
ลักษณะการของแข่งขันรายการนี้ จะนำเอาทีมที่มีคะแนนสะสมมากที่สุดของแต่ละลีกสูงสุด ของแต่ละประเทศในทวีปยุโรปมาทำการแข่งขันกัน ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับว่าลีกไหนได้โควต้ากี่ทีม เช่น พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้โควต้า 4 ทีม, กัลโช่ เซเรีย อา ได้โควต้า 4 ทีม, ลาลีกา ได้โควต้า 4 ทีม และ บุนเดสลีกา ได้โควต้า 3 ทีม เป็นต้น ดังนั้น ทีมที่ชนะเลิศในการแข่งขันรายการนี้ จึงถือได้ว่าเป็นทีมที่เก่งที่สุดของยุโรปในฤดูกาลนั้น

สโมสรที่ชนะเลิศมากที่สุดคือ เรอัล มาดริด (สเปน, 9 ครั้ง) ตามด้วย มิลาน (อิตาลี่, 7 ครั้ง)
เช่นเดียวกับถ้วยรางวัลอื่นๆของยูฟ่า สโมสรที่ได้แชมป์ 3 สมัยซ้อนหรือได้แชมป์ครบ 5 สมัย จะได้รับถ้วยรางวัลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปเป็นกรรมสิทธิ์ของสโมสรนั้นโดยถาวร เช่นเดียวกับ เรอัล มาดริด ที่ได้ไปเมื่อปี ค.ศ. 1958, อาแจ็กซ์ ที่ได้ไปเมื่อปี ค.ศ. 1973, บาเยิร์น ที่ได้ไปเมื่อปี ค.ศ. 1976, มิลาน ที่ได้ไปเมื่อปี ค.ศ. 1994 และ ลิเวอร์พูล ที่ได้ไปเมื่อปี ค.ศ. 2005
สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในฤดูกาลล่าสุด (2010-11) ซึ่งจัดขึ้นที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นั้น บาร์เซโลน่า จากสเปน เอาชนะแมนยู จากอังกฤษได้ 3-1 ทำให้บาเซโลน่า คว้าแชมป์มาครองได้เป็นสมัยที่ 4 ของสโมสรและได้ 3สมัยในรอบ 5 ปี โดยประตูที่เกิดขึ้น มาจาก เปโดร เมสซี่ บีย่า และรูนนี่

วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ประวัติ ฟุตบอล ลีกเอิง ลีกสูงสุด ฝรั่งเศส

0 ความคิดเห็น
                                                    
ลีกเอิง (ฝรั่งเศส: Ligue 1) เป็นลีกฟุตบอลสูงสุดของฟุตบอลในประเทศฝรั่งเศส โดยมีลีกรองลงมาคือ ลีกเดอซ์ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2475 โดยมีการเล่นต่อเนื่องมาทุกปียกเว้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยในอดีตจำนวนทีมที่เล่นในลีกเอิง จะเปลี่ยนไปมาระหว่าง 18 และ 20 ทีม ซึ่งปัจจุบันมีทีมทั้งหมด 20 ทีม และมีการเล่นในแบบการแข่งเหย้าและเยือน ทีมละ 38 นัดเมื่อจบฤดูกาล 3 ทีมอันดับสุดท้ายของตารางจะตกชั้นลงในเล่นใน ลีกเดอซ์ และทีมจากลีกเดอซ์ จะเลื่อนชั้นขึ้นมา ส่วน 3 ทีมแรกของตาราง จะมีสิทธิร่วมเล่นใน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก โดย 2 ทีมแรกจะผ่านเข้ารอแข่งขัน ในขณะทีมลำดับ 3 จะเข้าไปแข่งในรอบคัดเลือก ส่วนทีมอันดับที่ 4 จะมีสิทธิเข้าไปเล่นใน ยูฟ่ายูโรปาลีก โดยอันดับ 5 และ 6 จะไปแข่งในรอบคัดเลือกของยูฟ่าคัพ ทีมที่ชนะลีกเอิงมากที่สุดคือ แซง-เอเตียน (Saint-Étienne) ชนะเลิศ 10 ครั้ง ในขณะที่ทีมชนะเลิศติดต่อกันมากที่สุดคือ โอแล็งปีกลียงเนส์ (Olympique Lyonnais) ชนะเลิศ 7 ฤดูกาล (2002-2008)  ส่วนในปี2009-2010 แชมป์คือ โอลิมปิกมาร์กเซย

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ฟุตบอลลาลีกา สเปน ประวัติ

0 ความคิดเห็น

                                            
ปรีเมราดีบีซีออนเดเอสปาญา (สเปน: Primera División de España) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ ลาลีกา (La Liga) เป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพลีกสูงสุดในประเทศ ลาลีกาได้รับการยอมรับว่าเป็นลีกฟุตบอลที่เข้มข้นที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปยุโรป ใกล้เคียงกับเซเรียอาของประเทศอิตาลีและพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ
ลาลีกาจะเริ่มแข่งขันในเดือนกันยายนไปถึงเดือนเมษายนของปีถัดไป ทีมชนะเลิศในแต่ละปีจะได้สิทธิ์ในการแข่งถ้วย ซูเปร์โกปาเดเอสปาญา กับทีมที่ชนะเลิศฟุตบอลถ้วยโกปาเดลเรย์ ทีมที่อันดับดีที่สุด 4 ทีมจะได้รับสิทธิ์แข่งยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
มีสโมสรฟุตบอลเพียง 9 แห่งที่เคยคว้าแชมป์ลาลีกา โดยทีมที่ชนะเลิศจำนวนครั้งมากที่สุดคือ สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด 30 ครั้ง และสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา 20 ครั้ง ทีมแชมป์ล่าสุดในฤดูกาล 2009/2010 คือสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา
      ซึ่งโดยสองสโมสรยักษ์ใหญ่นี้ได้มีการแข่งขันซึ่งถือได้ว่าเป็นสโมสรที่แข่งขันกันเอาแชมป์ลีกสูงสุดของสเปนอย่างแท้จริง เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นคะเเนนของทีมทั้งสองนี้ทิ้งคะเเนนอันดับสามแบบไม่เห็นฝุ่น(เหมือนแข่งกันเอาแชมป์แค่2ทีม)และจากแข่งขันที่ผ่านมานั้นทีมอื่นในลีกที่จะต้องมาเจอกับ2ทีมยักษ์ใหญ่ในเเมืองหลวงของสเปนและแคว้นคาตาลันแล้วเหมือนลูกไก่ในกำมือ เพราะระดับของนักเตะที่แตกต่างกันเกินไปและการลงทุนของสโมสร ทำให้บาเซโลน่าและรีลมาดริดเป็นทีมที่ทิ้งห่างทีมคู่แข่งทีมอื่นโดยที่ทีมอื่นไม่ต้องลุ้นแชมป์กันเลยทีเดียว โดยในส่วนของถ้วย ยูฟ่าแชมเเปี้ยนลีกรีลมาดริดเป็นสโมสรที่ได้แชมป์มากที่สุดคือ9สมัย ตั้งแต่แข่งขันมา ส่วนของบาเซโลน่าได้แชมป์3สมัย

วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ประวัติ ฟุตบอล กัลโช ซีรีส์ อา อิตาลี

0 ความคิดเห็น
Lega Calcio.png

กัลโช่ เซเรีย อา (อิตาเลี่ยน ฟุตบอล แชมเปี้ยนชิพ หรือคัมปีโอนาโต้ หรือสคูเดตโต้) เป็นการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุด ภายในประเทศอิตาลี่ ที่เริ่มทำการแข่งขันกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1898 ซึ่งเจนัว เป็นสโมสรแรกที่คว้าแชมป์ได้ ในขณะที่โดยรวมแล้ว ยูเวนตุสเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด โดยได้แชมป์ไปถึง 27 สมัย รองลงมาเป็นมิลาน กับอินเตอร์ ที่ได้แชมป์ 17 สมัยเท่ากัน ซึ่งสโมสรที่คว้าแชมป์ได้ทุกๆ 10 สมัย จะได้รับสัญลักษณ์ดาวสีทอง ติดอยู่ด้านบนของสัญลักษณ์ทีมบนเสื้อ 1 ดวง ดังนั้น ยูเวนตุส จึงมี 2 ดาวติดอยู่ด้านบนของสัญลักษณ์ทีมบนเสื้อ ขณะที่มิลาน และอินเตอร์ มีทีมละ 1 ดาว
การแข่งขันรายการนี้ในบางปีนั้นไม่มีแชมป์ ได้แก่ ในปี ค.ศ. 1915-1919 เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 และปี ค.ศ. 1943-1945 เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 (ในปี ค.ศ. 1944 FIGC มอบแชมป์ย้อนหลังให้กับสเปเซีย) นอกจากนี้ ยังมีการริบแชมป์ของโตริโน่ ในปี ค.ศ. 1927 และของยูเวนตุส ในปี ค.ศ. 2005 และ 2006 เนื่องจากมีการจ้างวานให้ล้มบอล (ในปี ค.ศ. 2006 FIGC มอบแชมป์ให้กับอินเตอร์ ทีมอันดับที่ 3 ในฤดูกาลนั้น)
ส่วนในฤดูกาล ค.ศ. 1921-22 นั้น มีทีมแชมป์อยู่ 2 ทีม คือ โนเวเซ่ ซึ่งรับรองโดย FIGC และโปร แวร์เชลลี่ ที่รับรองโดย CCI
credit : http://www.wikipedia.org/

กำเนิด ประวัติ premier league พรีเมียลีก

0 ความคิดเห็น





เอฟเอพรีเมียร์ลีกเอฟเอพรีเมียร์ลีก (FA Premier League) หรือนิยมเรียกว่า พรีเมียร์ลีก (Premier League) เป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกในระดับสูงสุดของประเทศอ ังกฤษ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) ภายใต้การบริหารของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือมีชื่อตามผู้สนับสนุนการแข่งขันอย่างเป็นทางการว ่า บาร์เคลส์ พรีเมียร์ชิพ เนื่องจากในปัจจุบัน สนับสนุนโดย บริษัทการเงินบาร์เคลส์

การแข่งขันพรีเมียร์ลีก เป็นที่รวมของ 20 สโมสรฟุตบอลในระดับสูงสุดของอังกฤษเข้าด้วยกัน โดยปัจจุบัน มีเพียง 4 ทีมเท่านั้น ที่เคยชนะเลิศในการแข่งขันรายการนี้ ได้แก่ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และ เชลซี

ประวัติ
แต่เดิมฟุตบอลลีกแห่งนี้ ใช้ชื่อว่า ฟุตบอลลีกดิวิชันหนึ่ง ซึ่งมีจัดการแข่งขันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2431 (ค.ศ. 1888) และถือว่าเคยเป็นลีกฟุตบอลที่ยาวนานที่สุดในโลก โดยในปี พ.ศ. 2535 ในฤดูกาล 1992-93 ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นจากรูเพิร์ธ เมอร์ด็อก (Rupert Murdoch) นักธุรกิจสื่อสารรายใหญ่เจ้าของเครือข่ายสถานีโทรทัศ น์สกาย (BSkyB) พยายามผลักดันให้สโมสรฟุตบอลที่จะลงแข่งขันในดิวิชัน หนึ่งประจำฤดูกาล 1992-93 ถอนตัวออกมาจัดตั้งเป็นพรีเมียร์ลีกทำให้ฟุตบอลลีกสู งสุดของอังกฤษที่มีอายุ 104 ปี ต้องยุติลง ขณะเดียวกันทางฟุตบอลลีกเดิมได้เปลี่ยนชื่อจาก ดิวิชันสอง มาเป็น ดิวิชันหนึ่ง และดิวิชันอื่นได้เปลี่ยนตามกันไป


ปัญหาเริ่มต้น
ในช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่วงการฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ ตกต่ำอย่างมาก เกิดเหตุการณ์หลายอย่าง ไม่ว่าเรื่องของสนามกีฬาที่มีปัญหา เหตุการณ์อันธพาลลูกหนัง หรือที่เรียกว่าฮูลิแกน ทำลายภาพลักษณ์ของฟุตบอลอังกฤษ ไฟไหม้อัฒจันทร์ วันที่ 11 พฤษภาคม 2528 ที่สนามฟุตบอลของสโมสรฟุตบอลแบรดฟอร์ดซิตี ในระหว่างการแข่งขัน มีผู้เสียชีวิต 56 คน เหตุการณ์วันที่ 15 เมษายน 2532 ที่สนามฟุตบอลฮิลส์เบอโรของสโมสรฟุตบอลเชฟฟิลด์เวนส์ เดย์ มีผู้คนเหยียบกันเสียชีวิตกว่า 96 คน นอกจากนี้โศกนาฏกรรมเฮย์เซลที่มีผู้เสียชีวิต 39 คน ทำให้ยูฟ่าสั่งห้ามไม่ให้สโมสรจากอังกฤษเข้าร่วมการแ ข่งขันชิง ถ้วยสโมสรในยุโรปเป็นเวลา 5 ปี อันธพาลลูกหนังที่ตามไปเชียร์ทีมที่ชื่นชอบ หลังจากการแข่งขันจะเกะกะระราน เข้าผับดื่มกินจนเมามาย บ้างก็วิวาทกับแฟนฟุตบอลเจ้าถิ่นเกิดเหตุการณ์วุ่นวา ยบางครั้งรุนแรงถึงขั้นจลาจลหรือไม่ก็มีคนเสียชีวิต โดยโศกนาฎกรรมเฮย์เซล์ส่วนหนึ่งมาจากคนกลุ่มนี้เช่นก ัน

หลายเหตุการณ์ทำให้แฟนฟุตบอลไม่สามารถชมการแข่งขันได ้อย่างสงบสุข เนื่องด้วยกลัวจะโดนลูกหลง ประกอบกับสภาพสนามที่ย่ำแย่ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก หรือการป้องกันเหตุฉุกเฉินอย่างดีพอ ทำให้ชาวอังกฤษหลายคนตัดสินใจรับชมการถ่ายทอดสดทางสถ านีโทรทัศน์ที่บ้าน แทนที่จะเดินทางมาเชียร์ในสนามดังเช่นอดีต ช่วงทศวรรษ 1980 รายได้ของสโมสรจากค่าผ่านประตูซึ่งเป็นรายได้หลักได้ ลดลงอย่างมาก มีเพียงสโมสรชั้นนำไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ยังคงมีกำไร ในฤดูกาล 1986-87 ทุกสโมสรฟุตบอลมีกำไรสุทธิรวมเพียง 2.5 ล้านปอนด์ พอถึงฤดูกาล 1989-90 รวมทุกสโมสรขาดทุน 11 ล้านปอนด์ ทำให้นายทุนไม่กล้าจะเข้ามาลงทุนในธุรกิจกีฬาอาชีพนี ้อย่างเต็มที่ หลายสโมสรในช่วงนั้นมีข่าวว่าใกล้จะล้มละลาย

ภายหลังเหตุการณ์ที่สนามฮิลส์เบอโร รัฐบาลอังกฤษได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนเรื่องท ี่เกิดขึ้น โดยมีลอร์ดปีเตอร์ เทย์เลอร์ ผู้พิพากษาระดับรองประธานศาลฎีกา เป็นประธานคณะกรรมการ โดยผลการไต่สวนซึ่งเรียกว่า รายงานฉบับเทย์เลอร์ (Taylor Report) ได้กลายมาเป็นเอกสารสำคัญนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั ้งใหญ่ในวงการฟุตบอลอังกฤษ เพราะกำหนดให้ทุกสโมสรต้องปรับปรุงสนามแข่งขัน ที่สำคัญคืออัฒจันทร์ชมการแข่งขันต้องเป็นแบบนั่งทั้ งหมด ห้ามไม่ให้มีอัฒจันทร์ยืนเพื่อความปลอดภัยของผู้ชมกา รแข่งขัน โดยทีมในระดับดิวิชัน 1 และ 2 ต้องปรับปรุงให้เสร็จในปี 2537 และ ดิวิชัน 3 และ 4 ให้เสร็จในปี 2542 ส่งผลให้การยืนชมฟุตบอลซึ่งเป็นวัฒนธรรมการชมฟุตบอลข องคนอังกฤษมานาน บางแห่งก็มีชื่อเสียงอย่างเช่นอัตจันทร์ เดอะค็อป ของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลต้องจบไป ถึงแม้ว่าในประเทศอังกฤษจะมีสโมสรฟุตบอลทั้งอาชีพและ สมัครเล่นมากที่สุดในโลก แต่สนามฟุตบอลส่วนใหญ่มีสภาพเก่าแก่ทรุดโทรม บางสโมสรในระดับดิวิชั่นหนึ่งหรือดิวิชั่นสองยังคงมี อัฒจันทร์ที่สร้างด้วยไม้ ทำให้การปรับปรุงสนามฟุตบอลของสโมสรฟุตบอลอังกฤษครั้ งนี้ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ท่ามกลางสถานะทางการเงินที่ไม่มั่นคงเพราะรายได้ลดลง อย่างมาก สโมสรเล็กบางแห่งซึ่งมีผู้ชมน้อยอยู่แล้วจึงใช้วิธีป ิดตายอัฒจันทร์ยืน ส่วนสโมสรใหญ่ที่ฐานะการเงินดีกว่าก็ประสบปัญหาเช่นก ัน เพราะไม่อาจใช้วิธีเลี่ยงปัญหาแบบสโมสรเล็กได้

รัฐบาลอังกฤษในขณะนั้นต้องเข้าช่วยเหลือโดยลดค่าธรรม เนียมหรือภาษีธุรกิจพนันฟุตบอล นำเงินส่วนนี้มาตั้งกองทุนฟุตบอลจำนวน 100 ล้านปอนด์ ให้ฟุตบอลลีกเป็นคนจัดสรรให้สโมสรฟุตบอลซึ่งเป็นภาคี สมาชิกทั้ง 96 สโมสร นำไปพัฒนาปรับปรุงสนามแข่งขันของตนเอง แต่งบประมาณเท่านี้ต้องนับว่าน้อยมาก หากนำมาเฉลี่ยอย่างเท่ากันแล้วจะได้รับเงินเพียงสโมส รละ 1.08 ล้านปอนด์เท่านั้น ขณะที่สโมสรฟุตบอลชั้นแนวหน้าของลีกต้องใช้เงินในการ ณ์นี้สูงถึงกว่าสิบล้านปอนด์ สโมสรใหญ่ในดิวิชั่นหนึ่งจึงกดดันฟุตบอลลีกจัดสรรเงิ นให้มากกว่าสโมสรเล็ก เพราะหากไม่เสร็จทันตามกำหนดอาจจะถูกถอนใบอนุญาตได้
credit:DK_RA